รอบดูดไขมันโรงงานที่เหมาะสมส่วนใหญ่อยู่ที่ ทุก 1-3 เดือน โดยหลักตัดสินไม่ใช่ปฏิทิน แต่คือความหนาของชั้นไขมันที่ต้องไม่เกิน 25% ของความลึกน้ำในบ่อ โรงอาหารโรงงานหรือร้านอาหารที่ทอด-ผัดปริมาณมากมักต้องดูดทุกเดือน ส่วนอาคารที่มีน้ำเสียจากครัวน้อยยืดได้ถึง 3 เดือน บทความนี้จะอธิบายวิธีคำนวณรอบที่เหมาะกับบ่อของคุณจริง ๆ แทนการเดา
ทำไมรอบดูดไขมันถึงไม่ควรตั้งตายตัวเท่ากันทุกที่
เพราะบ่อดักไขมันสองใบที่ขนาดเท่ากันอาจเต็มไม่พร้อมกันเลย ขึ้นอยู่กับว่ามีไขมันไหลลงไปวันละเท่าไร
บ่อดักไขมันทำงานด้วยหลักง่าย ๆ คือให้น้ำเสียไหลช้าลงจนไขมันซึ่งเบากว่าน้ำลอยขึ้นด้านบน ส่วนเศษอาหารและตะกอนหนักจมลงก้นบ่อ น้ำที่ค่อนข้างใสตรงกลางจึงไหลออกไปสู่ระบบบำบัดต่อ ตราบใดที่ชั้นไขมันด้านบนยังบาง บ่อก็ยังมีพื้นที่ให้ไขมันลอยตัวและมีเวลากักน้ำเพียงพอ
แต่เมื่อชั้นไขมันหนาขึ้นเรื่อย ๆ ปริมาตรน้ำที่ใช้งานได้จะลดลง เวลากักน้ำสั้นลง ไขมันใหม่ที่ไหลเข้ามาไม่ทันแยกตัวก็หลุดออกไปกับน้ำ นี่คือจุดที่บ่อ “ยังไม่ล้น” แต่ หยุดทำหน้าที่ไปแล้ว และเป็นเหตุผลว่าทำไมโรงงานหลายแห่งเจอปัญหาท่ออุดตันทั้งที่เพิ่งเปิดฝาดูแล้วเห็นน้ำใส ๆ
ดังนั้นรอบที่ถูกต้องต้องมาจากอัตราการสะสมไขมันเทียบกับความจุบ่อ ไม่ใช่จากตัวเลขที่จำต่อ ๆ กันมา
ปัจจัยอะไรบ้างที่กำหนดรอบดูดไขมันโรงงาน
มีสี่ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปริมาณน้ำเสียจากครัว ประเภทอาหารที่ปรุง ขนาด/ความจุบ่อ และพฤติกรรมการใช้งานหน้างาน
ปริมาณน้ำเสียและจำนวนมื้อต่อวัน
ยิ่งจำนวนมื้อต่อวันสูง ไขมันยิ่งเข้าบ่อเร็ว โรงอาหารโรงงานที่เลี้ยงพนักงานหลักพันคน มีทั้งมื้อกลางวันและกะดึก จะสะสมไขมันเร็วกว่าครัวโรงแรมขนาดกลางที่เสิร์ฟเฉพาะบุฟเฟต์เช้าอย่างชัดเจน แม้บ่อจะขนาดใกล้เคียงกัน
ประเภทอาหารที่ปรุง
นี่คือปัจจัยที่คนมองข้ามมากที่สุด ครัวที่เน้นทอด ผัดน้ำมันเยอะ ทำหมูกระทะ หรือมีน้ำมันพืชและไขมันสัตว์เป็นวัตถุดิบหลัก จะสร้างชั้นไขมันหนากว่าครัวที่เน้นต้ม นึ่ง หรืออาหารจานเดียวหลายเท่าตัว ไขมันสัตว์ยังมีจุดแข็งตัวสูงกว่าน้ำมันพืช พอเจออากาศเย็นตอนกลางคืนก็จับตัวเป็นก้อนแข็งเกาะผนังบ่อ ทำให้ดูดออกยากขึ้นทุกวันที่ปล่อยไว้
ขนาดและความจุบ่อเทียบกับการใช้งานจริง
บ่อจำนวนไม่น้อยถูกออกแบบไว้ตอนสร้างอาคาร ก่อนที่ธุรกิจจะขยาย พอเพิ่มไลน์ผลิตหรือเพิ่มจำนวนพนักงานเป็นสองเท่า บ่อใบเดิมก็รับไม่ไหว กรณีแบบนี้การยืดรอบดูดออกไปเท่ากับปล่อยให้ระบบล้มเหลวเงียบ ๆ ทางแก้คือทั้งย่นรอบดูด และประเมินว่าควรขยายบ่อหรือเพิ่มขั้นดักไขมันก่อนหน้าหรือไม่
พฤติกรรมหน้างาน
ครัวที่ตักเศษอาหารทิ้งถังก่อนล้างจาน มีตะแกรงดักเศษที่ซิงก์ และไม่เทน้ำมันเก่าลงท่อ จะยืดรอบดูดได้จริงอย่างมีนัยสำคัญ ตรงข้ามกับครัวที่ราดน้ำร้อนไล่ไขมันลงท่อ ซึ่งแค่ผลักปัญหาไปแข็งตัวในท่อปลายทางแทน
ตารางรอบดูดไขมันที่แนะนำตามประเภทสถานประกอบการ
ตารางด้านล่างเป็นจุดตั้งต้นที่ทีมงานใช้ประเมินหน้างานจริง ก่อนปรับตามผลตรวจชั้นไขมันในรอบแรก
| ประเภทสถานประกอบการ | ลักษณะน้ำเสีย | รอบดูดที่แนะนำ | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|
| โรงอาหารโรงงานขนาดใหญ่ (หลายร้อย-พันมื้อ/วัน) | ไขมันสูง มีกะดึก | ทุก 2-4 สัปดาห์ | ถ้ามีเมนูทอดประจำ ให้เอียงไปทาง 2 สัปดาห์ |
| ร้านอาหารทอด/ปิ้งย่าง/หมูกระทะ | ไขมันสัตว์สูง แข็งตัวเร็ว | ทุก 2-4 สัปดาห์ | ต้องขูดผนังบ่อร่วมด้วย ไม่ใช่แค่ดูดผิวหน้า |
| โรงแรม/ครัวจัดเลี้ยง | ผันผวนตามอัตราเข้าพัก | ทุก 1-2 เดือน | ช่วงไฮซีซันควรย่นรอบชั่วคราว |
| ร้านอาหารทั่วไป (ต้ม-นึ่งเป็นหลัก) | ไขมันปานกลาง | ทุก 1-2 เดือน | ตรวจความหนาไขมันทุกเดือน |
| ร้านสะดวกซื้อ/คาเฟ่ | ไขมันต่ำ ปริมาณน้อย | ทุก 2-3 เดือน | บ่อเล็ก เต็มเร็วกว่าที่คิดถ้าละเลย |
| อาคารสำนักงาน/แคนทีนเล็ก | ไขมันต่ำ | ทุก 3 เดือน | อย่ายืดเกิน 3 เดือน เพราะกลิ่นจะมาก่อน |
ตัวเลขนี้ใช้เป็นกรอบตั้งต้น ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย วิธีที่แม่นกว่าคือดูดรอบแรกตามตาราง แล้ววัดความหนาชั้นไขมันในเดือนถัดมา ถ้าหนาเกิน 25% ของความลึกน้ำก่อนถึงรอบ แปลว่าต้องย่นรอบลง ถ้ายังบางมากตอนครบรอบ ก็ยืดออกได้อย่างมีข้อมูลรองรับ ดูรายละเอียดขอบเขตงานเพิ่มเติมได้ที่หน้า ดูดไขมัน / ดูดบ่อไขมัน
เกิดอะไรขึ้นถ้ายืดรอบดูดไขมันออกไปเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
สิ่งที่เกิดขึ้นคือค่าใช้จ่ายไม่ได้หายไป แต่ย้ายไปโผล่ที่อื่นในราคาที่แพงกว่าเดิม
- ท่ออุดตันและน้ำเอ่อกลับ ไขมันที่หลุดออกจากบ่อจะไปแข็งตัวในท่อ ค่าลอกท่อฉุกเฉินตอนกลางดึกพร้อมครัวที่ต้องหยุดขาย แพงกว่าค่าดูดตามรอบมาก
- กลิ่นเหม็นและปัญหาแรงงาน ไขมันที่หมักในบ่อนานจะเกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไปทั่วโรงอาหาร กระทบพนักงานและอาจกลายเป็นประเด็นร้องเรียน
- ระบบบำบัดน้ำเสียรับภาระเกิน ไขมันที่หลุดเข้าไปทำให้ค่า BOD และ COD พุ่ง จุลินทรีย์ในระบบเสียสมดุล กว่าจะฟื้นใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ประเด็นนี้เชื่อมตรงกับการดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เรื่องบ่อไขมันใบเดียว
- ค่าน้ำทิ้งเกินมาตรฐาน เมื่อผลตรวจน้ำทิ้งไม่ผ่าน ต้นทุนการแก้ไขและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสูงกว่าค่าบำรุงรักษาปกติหลายเท่า
- ไขมันแข็งตัวจนต้องใช้แรงงานพิเศษ ไขมันที่ทิ้งไว้ข้ามหลายเดือนจะเกาะผนังเป็นชั้นแข็ง ต้องใช้เวลาและอุปกรณ์มากขึ้นในการเก็บงาน ซึ่งสะท้อนกลับมาที่ค่าบริการที่สูงขึ้นในที่สุด
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ค่าบริการดูดไขมันแต่ละที่ต่างกัน
ค่าบริการขึ้นอยู่กับปริมาณงานจริงและความยากในการเข้าถึงหน้างานเป็นหลัก
| ปัจจัย | ผลต่อค่าบริการ |
|---|---|
| ปริมาตรบ่อและปริมาณไขมันที่ต้องดูด | ยิ่งมากยิ่งใช้เวลาและเที่ยวขนส่งมากขึ้น |
| สภาพไขมัน (เหลว/แข็งตัว) | ไขมันแข็งต้องใช้เวลาขูดและเก็บมากกว่าปกติ |
| การเข้าถึงหน้างาน | บ่อในตัวอาคารหรือจุดที่รถเข้าไม่ถึงต้องเดินสายยาว |
| ความถี่/สัญญาบำรุงรักษา | รอบสม่ำเสมอทำให้วางแผนคิวและควบคุมต้นทุนได้ดีกว่างานฉุกเฉิน |
| ช่วงเวลาทำงาน | งานนอกเวลาหรือกลางคืนเพื่อไม่ให้กระทบการผลิตมีเงื่อนไขต่างออกไป |
| ระยะทางและปลายทางกำจัด | ระยะขนส่งของเสียไปยังจุดกำจัดที่ถูกต้องมีผลโดยตรง |
เราไม่แนะนำให้ตัดสินใจจากราคาต่อครั้งอย่างเดียว เพราะงานที่ดูดแต่ผิวหน้าโดยไม่เก็บตะกอนก้นบ่อ จะทำให้รอบถัดไปมาเร็วขึ้นและต้นทุนรวมทั้งปีสูงกว่า
ประสบการณ์จากหน้างานของทีม คุณัญญา รุ่งเจริญ
จากการดูแลลูกค้ากว่า 450 ราย ตลอด 45 ปี สิ่งที่เราเห็นซ้ำ ๆ คือปัญหาแทบทุกเคสไม่ได้เริ่มจากบ่อพัง แต่เริ่มจากรอบที่ตั้งไว้ไม่ตรงกับการใช้งานจริง
กรณีที่พบบ่อยที่สุดคือโรงงานตั้งรอบไว้ทุก 3 เดือนตั้งแต่วันเปิดโรงงาน แล้วไม่เคยทบทวนอีกเลย ทั้งที่จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นเท่าตัวและเมนูเปลี่ยนไปเน้นของทอดมากขึ้น พอเราเข้าไปเปิดฝาบ่อครั้งแรกก็เจอชั้นไขมันแข็งหนาเกินครึ่งบ่อ ซึ่งต้องใช้เวลาเก็บงานนานกว่าปกติมาก หลังจากปรับรอบเป็นทุกเดือนในสามเดือนแรกเพื่อล้างหนี้สะสม แล้วค่อยกลับมาที่รอบ 6 สัปดาห์ ปัญหากลิ่นและท่ออุดตันก็หายไป
อีกเรื่องที่เรายืนยันเสมอคือ ทีมงานทั้งหมดเป็นพนักงานของบริษัทเราเอง ไม่ใช่การส่งต่อให้นายหน้ารับช่วง หน้างานบ่อดักไขมันหลายจุดเข้าข่ายที่อับอากาศ ซึ่งมีความเสี่ยงเรื่องก๊าซและออกซิเจนต่ำ ทีมที่ลงหน้างานผ่านการอบรมงานที่อับอากาศ มีขั้นตอนตรวจสภาพก่อนลงบ่อ และงานทุกครั้งมีเอกสารกำกับการขนส่งของเสียให้โรงงานเก็บไว้เป็นหลักฐาน จุดนี้สำคัญมากเวลาโรงงานถูกตรวจสอบ เพราะการดูดไขมันออกไปโดยไม่รู้ว่าปลายทางไปไหนคือความเสี่ยงที่โรงงานต้องรับเอง
ข้อแนะนำสุดท้ายจากหน้างาน คือให้จดบันทึกความหนาชั้นไขมันทุกครั้งที่ดูด ภายในสามรอบคุณจะรู้อัตราการสะสมของบ่อตัวเองแม่นกว่าตารางมาตรฐานใด ๆ และสามารถวางรอบที่พอดี ไม่ถี่เกินจนเปลืองงบ ไม่ห่างเกินจนระบบพัง
ให้เราช่วยประเมินรอบดูดไขมันที่เหมาะกับโรงงานคุณ
ถ้าไม่แน่ใจว่ารอบปัจจุบันเหมาะสมหรือไม่ ให้ทีมงานเข้าไปดูหน้างานและประเมินจากสภาพบ่อจริงจะแม่นยำที่สุด เราให้บริการ 24 ชั่วโมง ทั้งงานตามรอบและงานเร่งด่วนกรณีท่ออุดตันหรือน้ำเอ่อ
โทร 084-932-9989 หรือแอดไลน์เพื่อขอคำแนะนำและใบเสนอราคา ทีมงานพร้อมประเมินและวางแผนรอบบำรุงรักษาให้ตรงกับการใช้งานจริงของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
รอบดูดไขมันโรงงานที่เหมาะสมคือกี่เดือนครั้ง
โดยทั่วไปทุก 1-3 เดือน โรงอาหารโรงงานที่ทำอาหารทอดหรือผัดปริมาณมากมักต้องดูดทุกเดือน ส่วนสำนักงานหรือร้านสะดวกซื้อที่มีน้ำเสียจากครัวน้อยอาจยืดได้ถึง 3 เดือน หลักตัดสินคือชั้นไขมันต้องไม่เกิน 25% ของความลึกน้ำในบ่อ
ใช้จุลินทรีย์ย่อยไขมันแทนการดูดบ่อได้ไหม
ไม่ได้ จุลินทรีย์ช่วยลดกลิ่นและย่อยไขมันบางส่วน แต่ไม่สามารถกำจัดเศษอาหาร ตะกอนก้นบ่อ และไขมันที่จับตัวเป็นก้อนแข็งออกจากระบบได้ จึงยังต้องดูดออกตามรอบอยู่ดี
จะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาต้องดูดไขมันแล้ว
สังเกตชั้นไขมันลอยหนาเกิน 15-20 ซม. น้ำระบายช้าลง มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากบ่อหรือรางระบาย และค่า FOG หรือ BOD ที่จุดตรวจสูงขึ้นผิดปกติ ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ควรดูดทันทีโดยไม่ต้องรอครบรอบ
ดูดไขมันแล้วต้องมีเอกสารกำกับการขนส่งของเสียหรือไม่
ต้องมี ไขมันที่ดูดออกจากบ่อถือเป็นของเสียที่ต้องนำไปบำบัดหรือกำจัดที่ปลายทางที่ถูกต้อง ผู้ให้บริการควรออกเอกสารกำกับการขนส่งและหลักฐานการนำไปกำจัดให้โรงงานเก็บไว้เป็นหลักฐานตรวจสอบเสมอ