กากตะกอนอุตสาหกรรมแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็นสามกลุ่มหลักคือ กากเบา ที่แขวนลอยและไหลง่าย กากหนัก ที่จมตัวแน่นมีของแข็งและทรายปนสูง และ กากที่มีน้ำมันปน ความต่างนี้ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา แต่กำหนดโดยตรงว่าต้องใช้รถและปั๊มแบบไหนดูด ใช้เวลาเท่าไร และต้องส่งกำจัดด้วยวิธีที่ถูกกฎหมายอย่างไร บทความนี้ทีมงาน คุณัญญา รุ่งเจริญ ที่ทำงานดูดกากและล้างบ่อบำบัดในโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมมากว่า 45 ปี จะอธิบายให้เห็นภาพจริงก่อนตัดสินใจเรียกใช้บริการ

การรู้ว่ากากในบ่อของโรงงานเป็นชนิดไหน ช่วยให้ประเมินราคาได้แม่นขึ้น เลือกผู้ให้บริการที่มีอุปกรณ์เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการดูดไม่หมดหรือกำจัดผิดประเภทที่อาจสร้างปัญหาย้อนกลับมาถึงโรงงานภายหลัง

กากเบา กากหนัก กากน้ำมัน คืออะไร ต่างกันตรงไหน

ต่างกันที่ความหนาแน่น ปริมาณของแข็งแขวนลอย (SS) และพฤติกรรมการจมตัว ซึ่งเป็นตัวชี้ว่ากากแต่ละชนิดต้องจัดการคนละแบบ

กากเบา

กากเบาคือตะกอนที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักและของแข็งกระจายตัวแบบแขวนลอย เช่น ตะกอนจุลินทรีย์จากระบบบำบัดน้ำเสีย ตะกอนบ่อพักน้ำทิ้ง หรือฟองไขมันบาง ๆ ที่ผิวน้ำ ลักษณะเหลว ไหลง่าย ดูดขึ้นรถได้เร็ว แต่มีปริมาตรมากเมื่อเทียบกับเนื้อของแข็งจริง จุดที่ต้องระวังคือถ้าปล่อยให้สะสมนาน ตะกอนส่วนหนึ่งจะเริ่มจมและอัดตัวจนกลายสภาพเป็นกากหนักในที่สุด

กากหนัก

กากหนักคือตะกอนที่จมตัวแน่น มีทราย ตะกรัน โลหะ หรือของแข็งความหนาแน่นสูงปนอยู่มาก เช่น ก้นบ่อตกตะกอน ก้นถังพักในสายการผลิต หรือเลนก้นบ่อที่สะสมมานานหลายปี เนื้อเหนียวหนืด บางจุดแทบเป็นก้อน ดูดยากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ต้องใช้แรงดูดสูงและหลายครั้งต้องฉีดน้ำแรงดันสูงกวนให้เหลวก่อนจึงจะดูดขึ้นได้ ใช้ทั้งเวลาและกำลังคนมากกว่า

กากที่มีน้ำมันปน

กากกลุ่มนี้มีน้ำมัน จาระบี หรือสารไฮโดรคาร์บอนปนอยู่ เช่น ตะกอนจากบ่อดักไขมัน บ่อแยกน้ำมัน หรือถังพักน้ำมันใช้แล้ว จุดสำคัญคือมักเข้าข่ายของเสียอันตรายตามประกาศของทางราชการ จึงต้องแยกจัดการ ป้องกันการรั่วซึมระหว่างขนย้าย และส่งกำจัดกับผู้รับที่ได้รับอนุญาตประเภทที่ถูกต้อง ไม่สามารถนำไปรวมกับกากทั่วไปได้

ตารางเปรียบเทียบกากเบา กากหนัก และกากมีน้ำมัน

ปัจจัยกากเบากากหนักกากมีน้ำมันปน
ความหนาแน่น / การจมตัวต่ำ แขวนลอยสูง จมแน่นปานกลาง แยกชั้น
ปริมาณของแข็ง (SS)น้อย–ปานกลางสูงมากปานกลาง
ความยากในการดูดดูดง่าย ไหลเร็วดูดยาก ต้องกวน/ฉีดน้ำปานกลาง ต้องกันรั่วซึม
อุปกรณ์ที่ใช้รถดูดสุญญากาศทั่วไปรถดูดแรงดันสูง + ฉีดล้างรถเฉพาะ กันปนเปื้อน
แนวทางกำจัดบำบัด / รีดน้ำรีดน้ำ / ฝังกลบของแข็งมักเป็นของเสียอันตราย

ทำไมชนิดของกากถึงเปลี่ยนวิธีดูดทั้งหมด

เพราะแต่ละชนิดใช้แรงดูด อุปกรณ์ และเวลาต่างกันชัดเจน จึงประเมินหน้างานผิดไม่ได้ กากเบาใช้รถดูดสุญญากาศทั่วไปก็จบงานได้เร็ว แต่กากหนักต้องใช้ระบบแรงดันสูงร่วมกับการฉีดน้ำกวนตะกอนให้คลายตัวก่อน ไม่เช่นนั้นปั๊มจะตันหรือดูดได้ไม่หมดจนต้องกลับมาทำซ้ำ ส่วนกากที่มีน้ำมันต้องคุมเรื่องการรั่วซึมและการปนเปื้อนเป็นพิเศษตั้งแต่จังหวะดูดจนถึงขนย้าย

อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือความปลอดภัย งานดูดกากในบ่อบำบัดหลายจุดคือการทำงานในที่อับอากาศ มีก๊าซพิษและออกซิเจนต่ำ ทีมงานจึงต้องผ่านการอบรมและมีขั้นตอนควบคุมความปลอดภัย ไม่ใช่แค่มีรถดูดแล้วลงบ่อได้ทันที รายละเอียดการเลือกอุปกรณ์และการวางแผนหน้างานอ่านเพิ่มได้ที่บริการ ดูดเลน / ดูดกากตะกอน / ดูดกากอุตสาหกรรม

ต้นทุนการดูดและกำจัดขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

ราคางานดูดกากไม่ได้คิดจากปริมาตรอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับชนิดของกากเป็นหลัก บวกกับเงื่อนไขหน้างานและค่ากำจัดปลายทาง ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนต่างกัน ได้แก่

  • ชนิดของกาก — กากหนักและกากมีน้ำมันจัดการยากและมีค่ากำจัดสูงกว่ากากเบา
  • ปริมาณ (คิว) — ยิ่งมากยิ่งใช้รถหลายเที่ยว เวลามากขึ้น
  • การเข้าถึงหน้างาน — บ่อลึก รถเข้ายาก ต้องลากสายไกล ล้วนเพิ่มเวลาและกำลังคน
  • การจำแนกเพื่อกำจัด — กากที่เข้าข่ายอันตรายมีค่ากำจัดและค่าเอกสารเพิ่ม
  • ต้องล้างบ่อต่อหรือไม่ — งานล้างแรงดันสูงหลังดูดคืองานเพิ่มอีกส่วน

ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีราคาตายตัว วิธีประเมินที่แม่นที่สุดคือให้ทีมงานเข้าดูหน้างานและดูลักษณะกากจริงก่อนเสนอราคา ระวังราคาที่ถูกผิดปกติ เพราะหลายครั้งแลกมากับการดูดไม่หมดหรือการกำจัดที่ไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งความเสี่ยงจะย้อนกลับมาที่โรงงานเจ้าของกากเอง

กำจัดกากอุตสาหกรรมให้ถูกกฎหมายต้องทำอย่างไร

ต้องจำแนกประเภทกากให้ถูก แล้วส่งกำจัดกับปลายทางที่ได้รับอนุญาตพร้อมเอกสารกำกับการขนส่งของเสียทุกครั้ง เพื่อให้โรงงานมีหลักฐานตรวจสอบย้อนกลับได้ กากเบาและกากหนักที่ไม่อันตรายอาจนำไปรีดน้ำ ฝังกลบ หรือใช้ประโยชน์ต่อได้ตามชนิด ขณะที่กากมีน้ำมันหรือกากที่ปนสารอันตรายต้องเข้าเส้นทางกำจัดเฉพาะ แยกจากกากทั่วไปอย่างชัดเจน

การเลือกผู้ให้บริการที่ดูแลตั้งแต่ดูด ขนย้าย ไปจนถึงกำจัดครบวงจร ช่วยให้เอกสารต่อเนื่องและลดความเสี่ยงเรื่องการตรวจสอบ สำหรับกากตะกอนและกากอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย เรารับกำจัดกากอุตสาหกรรม (ไม่อันตราย) ครบตั้งแต่ดูดกากตะกอนจากบ่อ ขนย้ายด้วยรถที่มีใบอนุญาตขนส่งของเสีย ไปจนถึงส่งกำจัดกับปลายทางที่ได้รับอนุญาตพร้อมออกเอกสารกำกับการขนส่ง (manifest) ให้ทุกงาน ส่วนภาพรวมการกำจัดกากอุตสาหกรรมตามขั้นตอนที่ถูกต้องดูเพิ่มได้ที่หน้าบริการ

ประสบการณ์จริงจากทีม คุณัญญา รุ่งเจริญ

จากงานหน้าโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมมากว่า 45 ปี สิ่งที่เราเจอบ่อยคือกากที่เจ้าของโรงงานคิดว่าเป็น “เลนธรรมดา” แต่พอเปิดบ่อจริงกลับเป็นกากหนักอัดแน่นหรือมีน้ำมันปน ทำให้แผนและอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ไม่พอ เราจึงเน้นเข้าประเมินหน้างานก่อนเสมอเพื่อเลือกวิธีให้ตรงชนิดกากตั้งแต่แรก

ทีมงานที่ลงหน้างานเป็นทีมของบริษัทเราเอง ไม่ผ่านนายหน้า ผ่านการอบรมการทำงานในที่อับอากาศ และทำงานตามขั้นตอนความปลอดภัยพร้อมเอกสารกำกับ เพราะงานดูดกากในบ่อบำบัดคืองานที่มีความเสี่ยงจริง ทั้งต่อคนทำงานและต่อความถูกต้องของการกำจัด ความใส่ใจในจุดนี้คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากว่า 450 รายเลือกใช้บริการต่อเนื่อง

ปรึกษาและประเมินหน้างานฟรี

ไม่แน่ใจว่ากากในบ่อของโรงงานเป็นกากเบา กากหนัก หรือกากมีน้ำมัน และควรดูดกับกำจัดอย่างไรให้ถูกต้องและคุ้มค่า ให้ทีมงาน คุณัญญา รุ่งเจริญ เข้าประเมินหน้างานและเสนอแนวทางให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ บริการ 24 ชั่วโมง โทร 084-932-9989 หรือแอดไลน์เพื่อส่งรูปหน้างานให้เราประเมินเบื้องต้นได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กากตะกอนอุตสาหกรรมมีกี่ประเภท แยกยังไง? แบ่งกว้าง ๆ ได้สามกลุ่มคือ กากเบา กากหนัก และกากที่มีน้ำมันปน แยกจากความหนาแน่น ปริมาณของแข็ง (SS) และพฤติกรรมการจมตัว ซึ่งเป็นตัวกำหนดวิธีดูดและวิธีกำจัด

ทำไมกากหนักถึงดูดยากและแพงกว่ากากเบา? เพราะจมตัวแน่นและมีของแข็งความหนาแน่นสูง ต้องใช้แรงดูดสูงหรือฉีดน้ำกวนให้เหลวก่อน ใช้เวลาและอุปกรณ์มากกว่า ต้นทุนจึงสูงกว่าการดูดกากเบาที่ไหลขึ้นรถได้เร็ว

กากที่มีน้ำมันปนต้องกำจัดต่างจากกากทั่วไปไหม? ต่างและเข้มงวดกว่า เพราะหลายกรณีเข้าข่ายของเสียอันตราย ต้องแยกจัดเก็บ กันรั่วซึม และส่งกำจัดกับผู้รับที่ได้รับอนุญาตประเภทที่ถูกต้องพร้อมเอกสารกำกับการขนส่ง