งาน ลอกท่อโรงงาน ที่ได้ผลจริงต้องเลือกวิธีให้ตรงกับชนิดของสิ่งอุดตัน โดยหลักการคือ การฉีดล้างด้วยน้ำแรงดันสูง (jetting) เหมาะกับท่อที่มีไขมัน ตะกอน ตะกรัน หรือคราบสะสมเป็นชั้นตลอดแนวท่อ ส่วนการทะลวงท่อเหมาะกับจุดอุดตันเฉพาะจุดที่เป็นของแข็ง เช่น เศษวัสดุ รากไม้ หรือก้อนแข็งที่ขวางทางน้ำ ในโรงงานส่วนใหญ่คำตอบไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือใช้ทั้งสองอย่างตามลำดับที่ถูกต้อง
บทความนี้อธิบายหลักการทำงานของทั้งสองวิธี ความแตกต่างที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่ท่อจะกลับมาตันซ้ำ พร้อมแนวทางตัดสินใจจากหน้างานจริงในโรงงานและอาคารขนาดใหญ่
ลอกท่อด้วยน้ำแรงดันสูงคืออะไร ทำงานอย่างไร
การลอกท่อด้วยน้ำแรงดันสูงคือการส่งสายฉีดพร้อมหัวนอซเซิลเข้าไปในท่อ แล้วใช้แรงดันน้ำกัดคราบที่เกาะผนังท่อออกจนท่อคืนหน้าตัดเดิม
หัวใจของวิธีนี้อยู่ที่หัวฉีด ซึ่งจะพ่นน้ำย้อนไปด้านหลังเพื่อดันตัวเองเดินหน้าเข้าไปในท่อ ขณะเดียวกันก็ขูดคราบออกจากผนังท่อรอบด้าน แล้วพัดพาเศษตะกอนย้อนกลับมาที่บ่อพักหรือจุดเก็บ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ทำให้น้ำไหลได้ แต่คือการคืนพื้นที่หน้าตัดของท่อกลับมาเกือบเต็ม
จุดแข็งของ jetting ในงานอุตสาหกรรมมีสามข้อ
- ทำความสะอาดได้ทั้งเส้น ไม่ใช่แค่จุดที่ตัน จึงยืดระยะเวลาก่อนกลับมาตันซ้ำได้ยาวกว่ามาก
- จัดการไขมันและตะกอนอ่อนได้ดีที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งอุดตันหลักของโรงงานอาหาร ครัวกลาง โรงแรม และอาคารที่มีบ่อดักไขมัน
- เข้าท่อคดโค้งได้ สายฉีดยืดหยุ่นกว่าก้านทะลวง จึงผ่านข้อต่อและมุมหักได้โดยไม่ต้องรื้อท่อ
ข้อจำกัดคือ ต้องใช้น้ำปริมาณมาก ต้องมีจุดปล่อยและจุดเก็บตะกอนที่ถูกต้อง และต้องเลือกแรงดันให้เหมาะกับสภาพท่อ ท่อเก่าที่มีรอยร้าวหรือรอยต่อหลวมต้องประเมินก่อนเสมอ ไม่ใช่อัดแรงดันสูงสุดทุกงาน
การทะลวงท่อคืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน
การทะลวงท่อคือการใช้แรงกล เช่น ก้านสปริง สายเคเบิลหมุน หรืองูเหล็ก ดันเข้าไปเจาะทะลุจุดอุดตันให้น้ำไหลผ่านได้อีกครั้ง
วิธีนี้เร็ว ต้นทุนต่ำ และเหมาะมากกับสถานการณ์ที่ต้องเปิดทางน้ำด่วน เช่น ท่อสุขาภิบาลตันจนน้ำเอ่อขึ้นพื้น หรือมีของแข็งตกลงไปขวางท่อ นอกจากนี้ยังใช้ได้ในจุดที่ไม่มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับการฉีดล้าง หรือท่อขนาดเล็กที่สายฉีดไม่คุ้มค่าจะเข้า
แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ การทะลวงเป็นการ เปิดรู ไม่ใช่การ ล้างท่อ เมื่อเจาะทะลุแล้ว คราบไขมันหรือตะกอนที่เกาะรอบผนังท่อยังอยู่ครบ พื้นที่หน้าตัดที่ได้คืนมาอาจเป็นเพียงส่วนน้อยของท่อจริง จึงเป็นเหตุผลที่หลายโรงงานเจอปัญหาเดิมซ้ำภายในไม่กี่สัปดาห์ ทั้งที่เพิ่งเรียกช่างมาทะลวงไป
เปรียบเทียบ ลอกท่อด้วยน้ำแรงดันสูง กับ การทะลวงท่อ
ตารางด้านล่างสรุปความต่างที่มีผลต่อการตัดสินใจในงานโรงงานจริง
| หัวข้อเปรียบเทียบ | น้ำแรงดันสูง (Jetting) | การทะลวงท่อ |
|---|---|---|
| หลักการ | ใช้แรงดันน้ำกัดคราบออกจากผนังท่อ | ใช้แรงกลเจาะทะลุจุดอุดตัน |
| ผลลัพธ์ | คืนหน้าตัดท่อได้เกือบเต็ม | เปิดทางน้ำเฉพาะจุด |
| เหมาะกับ | ไขมัน ตะกอน ตะกรัน คราบสะสมทั้งเส้น | ของแข็ง เศษวัสดุ รากไม้ จุดตันเฉพาะจุด |
| ระยะก่อนตันซ้ำ | ยาวกว่า เพราะล้างคราบออกจริง | สั้นกว่า เพราะคราบยังเกาะผนัง |
| ขนาดท่อที่เหมาะ | ท่อกลางถึงใหญ่ ท่อเมนโรงงาน | ท่อเล็กถึงกลาง ท่อภายในอาคาร |
| ข้อควรระวัง | ต้องคุมแรงดันให้เหมาะกับสภาพท่อ | อาจทำท่อบางหรือรอยต่อเสียหายถ้าฝืนแรง |
| ต้นทุนต่อครั้ง | สูงกว่า แต่คุ้มต่อรอบการดูแล | ต่ำกว่า แต่ความถี่มากกว่า |
| บทบาทที่เหมาะ | งานบำรุงรักษาตามรอบ | งานแก้ไขเร่งด่วน |
ท่อตันแบบไหนควรใช้วิธีไหน
เลือกจากลักษณะสิ่งอุดตันเป็นหลัก ไม่ใช่เลือกจากราคาต่อครั้ง
ท่อตันจากไขมันและน้ำมัน
ใช้น้ำแรงดันสูง เพราะไขมันจับตัวเป็นชั้นหนารอบผนังท่อทั้งเส้น การทะลวงจะได้แค่รูกลาง ท่อยังแคบอยู่เหมือนเดิม กรณีนี้พบมากในโรงงานอาหาร โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ครัวกลาง และอาคารที่มีร้านอาหารหลายร้าน หากไขมันแข็งจนน้ำไม่ผ่านเลย มักต้องทะลวงเปิดทางก่อนแล้วตามด้วยการฉีดล้างทั้งเส้น
ท่อตันจากตะกอนและทรายทับถม
ใช้น้ำแรงดันสูงร่วมกับรถดูดตะกอน เพราะแค่ฉีดอย่างเดียวจะเป็นการดันตะกอนไปกองที่จุดถัดไป งานลักษณะนี้ต้องมีจุดเก็บและขนย้ายตะกอนออกอย่างถูกวิธี ซึ่งมักทำควบคู่กับงาน ดูดเลน / ดูดกากตะกอน / ดูดกากอุตสาหกรรม ในรอบเดียวกันเพื่อลดจำนวนครั้งที่ต้องปิดพื้นที่ ส่วนตะกอนที่เก็บขึ้นมา หากเป็นกากไม่อันตรายก็ส่งต่อเข้างานกำจัดกากอุตสาหกรรม (ไม่อันตราย)ได้ในชุดเดียวกัน
ท่อตันจากของแข็งหรือเศษวัสดุ
ใช้การทะลวงเป็นหลัก เพราะแรงดันน้ำอย่างเดียวมักดันของแข็งไปติดแน่นกว่าเดิม เมื่อเปิดทางได้แล้วจึงตามด้วยการฉีดล้างเพื่อเก็บคราบที่เหลือ
ท่อระบายน้ำภายนอกอาคารและท่อเมนโรงงาน
ใช้น้ำแรงดันสูงร่วมกับการตรวจสภาพท่อ เพราะท่อกลุ่มนี้มักยาว ขนาดใหญ่ และเข้าถึงยาก การทะลวงแทบไม่ตอบโจทย์ในเชิงปริมาณงาน
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ค่าใช้จ่ายลอกท่อโรงงานต่างกัน
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับปริมาณงานจริงและความยากในการเข้าถึงหน้างาน ไม่ได้คิดจากความยาวท่ออย่างเดียว
| ปัจจัย | ผลต่อค่าใช้จ่าย |
|---|---|
| ความยาวและขนาดท่อ | ท่อยาวหรือใหญ่ ใช้เวลาและน้ำมากขึ้น |
| ชนิดสิ่งอุดตัน | ไขมันแข็งหรือตะกรันแข็ง ใช้เวลานานกว่าตะกอนอ่อน |
| ปริมาณตะกอนที่ต้องขนออก | ยิ่งมาก ยิ่งมีค่าขนย้ายและกำจัดตามจริง |
| การเข้าถึงหน้างาน | จุดที่รถเข้าไม่ถึง ต้องเดินสายไกล เพิ่มเวลาทำงาน |
| ช่วงเวลาทำงาน | งานกลางคืน วันหยุด หรือช่วงหยุดไลน์ผลิต มีผลต่อการจัดทีม |
| งานที่ทำร่วมกัน | ทำพร้อมล้างบ่อบำบัดหรือดูดตะกอนในรอบเดียว มักคุ้มกว่าแยกครั้ง |
คำแนะนำจากหน้างานคือ อย่าตัดสินใจจากราคาต่อครั้งอย่างเดียว ให้คิดเป็นต้นทุนต่อปี ท่อที่ทะลวงเดือนละครั้งตลอดปี มักแพงกว่าการฉีดล้างเต็มระบบปีละไม่กี่ครั้ง และยังมีต้นทุนแฝงจากน้ำเอ่อ กลิ่น และการหยุดงานที่ไม่ได้วางแผน
ประสบการณ์จากหน้างานของทีมคุณัญญา รุ่งเจริญ
จากประสบการณ์กว่า 45 ปีและลูกค้าโรงงานกว่า 450 ราย ปัญหาที่ทีมเจอซ้ำที่สุดไม่ใช่ท่อพัง แต่คือการเลือกวิธีผิดตั้งแต่ครั้งแรก
เคสที่พบบ่อยคือโรงงานเรียกช่างทั่วไปมาทะลวงท่อครัวหรือท่อสายผลิตที่มีไขมัน พอน้ำไหลได้ก็ถือว่าจบงาน แต่ผ่านไปไม่นานก็ตันซ้ำที่จุดเดิม เมื่อทีมเข้าไปฉีดล้างจริงจึงพบว่าท่อขนาดเดิมเหลือช่องทางน้ำจริงเพียงส่วนน้อยของหน้าตัด อีกกรณีคือฉีดล้างท่อโดยไม่มีรถดูดตะกอนรองรับ ตะกอนจึงไหลลงไปกองที่บ่อพักหรือบ่อบำบัดจนระบบรับภาระเกิน ค่า BOD COD และ SS ขาออกกระโดดขึ้นในรอบตรวจถัดมา
สิ่งที่ทีมยึดเป็นมาตรฐานในทุกงาน
- ตรวจสภาพก่อนเลือกวิธี ดูชนิดสิ่งอุดตัน ชนิดท่อ อายุท่อ และเส้นทางน้ำก่อนกำหนดแรงดันและอุปกรณ์
- ทีมงานของบริษัทเอง ไม่ผ่านนายหน้า ทำให้ควบคุมคุณภาพและความรับผิดชอบได้ตรงจุด
- ทีมผ่านการอบรมงานที่อับอากาศ เพราะงานบ่อพัก บ่อบำบัด และท่อเมนมีความเสี่ยงเรื่องก๊าซและออกซิเจนต่ำจริง
- มีเอกสารกำกับงานและการขนย้ายของเสีย สำหรับใช้ยืนยันกับฝ่ายความปลอดภัยและผู้ตรวจของโรงงาน
ในงาน ล้างบ่อบำบัด / ลอกท่อ ทีมมักแนะนำให้วางแผนล้างท่อกับล้างบ่อในรอบเดียวกัน เพราะท่อกับบ่อคือระบบเดียวกัน การล้างเฉพาะฝั่งใดฝั่งหนึ่งมักทำให้ปัญหาย้ายที่ไปโผล่อีกจุด
ควรวางรอบลอกท่อโรงงานอย่างไรให้ไม่ตันซ้ำ
วางรอบจากอัตราการสะสมจริงของแต่ละโรงงาน ไม่ใช่จากตัวเลขมาตรฐานเดียวกันทุกที่
วิธีที่ใช้ได้จริงคือ หลังฉีดล้างเต็มระบบครั้งแรก ให้บันทึกสภาพท่อและปริมาณตะกอนที่เก็บได้ไว้เป็นค่าตั้งต้น จากนั้นตรวจซ้ำในระยะที่กำหนดแล้วดูว่าคราบกลับมาเกาะเร็วแค่ไหน โรงงานอาหารหรือครัวขนาดใหญ่มักต้องถี่กว่าอาคารสำนักงานหลายเท่า ส่วนโรงงานที่มีบ่อดักไขมันและดูแลตะแกรงดักเศษอย่างสม่ำเสมอจะยืดรอบออกไปได้ชัดเจน
สัญญาณที่บอกว่าไม่ควรรอถึงรอบถัดไป ได้แก่ น้ำระบายช้าลงกว่าปกติ มีกลิ่นย้อนจากท่อหรือฟลอร์เดรน น้ำเอ่อที่บ่อพักในช่วงล้างไลน์ และค่าน้ำเสียขาออกที่ผันผวนขึ้นโดยไม่มีสาเหตุอื่นชัดเจน
ให้ทีมงานเข้าประเมินหน้างานก่อนตัดสินใจ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าท่อในโรงงานควรใช้น้ำแรงดันสูงหรือทะลวง วิธีที่ประหยัดที่สุดคือให้ทีมเข้าไปดูสภาพจริงก่อน ทีมคุณัญญา รุ่งเจริญ ให้บริการโรงงาน อาคาร คอนโด และสถานประกอบการ พร้อมทีมงานของบริษัทเองตลอด 24 ชั่วโมง
โทรปรึกษาหรือขอให้เข้าประเมินหน้างานได้ที่ 084-932-9989 หรือแอดไลน์เพื่อส่งรูปหน้างานและแปลนท่อให้ทีมประเมินแนวทางเบื้องต้นก่อนนัดเข้าพื้นที่
คำถามที่พบบ่อย
ลอกท่อด้วยน้ำแรงดันสูงใช้เวลานานไหม
ขึ้นอยู่กับความยาวท่อ ชนิดสิ่งอุดตัน และการเข้าถึงหน้างาน ท่อภายในอาคารช่วงสั้นมักจบในรอบเดียว ส่วนท่อเมนโรงงานที่ยาวและมีตะกอนมากอาจต้องวางแผนเป็นช่วงตามผังท่อ
ทะลวงท่อไปแล้วยังต้องฉีดล้างอีกไหม
ถ้าสิ่งอุดตันเป็นไขมันหรือตะกอน ควรฉีดล้างตามเสมอ เพราะการทะลวงเปิดได้แค่ทางน้ำ ไม่ได้เอาคราบที่เกาะผนังท่อออก
งานลอกท่อต้องมีเอกสารอะไรบ้าง
โดยทั่วไปควรมีเอกสารกำกับงานและเอกสารการขนย้ายของเสียที่เก็บออกจากระบบ เพื่อใช้ยืนยันกับฝ่ายความปลอดภัยและการตรวจภายในของโรงงาน