บ่อดักไขมันกับถังแยกน้ำมันโรงงานไม่ใช่อุปกรณ์ตัวเดียวกัน แม้จะทำหน้าที่ใกล้เคียงกันคือแยกสิ่งที่เบากว่าน้ำออกก่อนปล่อยเข้าระบบบำบัด แต่ ถังแยกน้ำมันโรงงาน หรือ oil separator ออกแบบมาเพื่อน้ำมันแร่ น้ำมันหล่อลื่น และน้ำมันเครื่อง ส่วนบ่อดักไขมันออกแบบมาเพื่อไขมันและน้ำมันจากอาหารที่แข็งตัวเมื่อเย็น ถ้าเลือกผิดประเภท ผลที่ตามมาคือน้ำมันหลุดเข้าบ่อบำบัด ค่า COD กระโดด และท่ออุดตันซ้ำซาก บทความนี้เทียบให้เห็นชัดว่าโรงงานแต่ละแบบควรใช้อะไร และดูแลอย่างไรให้ระบบอยู่ตัว
บ่อดักไขมันกับถังแยกน้ำมันโรงงานต่างกันตรงไหน
ความต่างหลักอยู่ที่ชนิดของน้ำมันที่ต้องแยก และพฤติกรรมของน้ำมันชนิดนั้นเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน ไขมันจากครัวและไลน์ผลิตอาหารจะลอยตัวเร็วเมื่อน้ำร้อน แต่จะจับตัวเป็นก้อนแข็งเกาะผนังบ่อและท่อเมื่อน้ำเย็นลง ขณะที่น้ำมันแร่จากงานซ่อมบำรุงหรือลานล้างรถจะยังเป็นของเหลว ลอยเป็นฟิล์มบาง และบางส่วนแตกตัวเป็นอิมัลชันปนไปกับน้ำได้ การออกแบบถังจึงต่างกันตั้งแต่เวลากักเก็บ ความเร็วน้ำไหลผ่าน ไปจนถึงแผงกั้นภายใน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | บ่อดักไขมัน | ถังแยกน้ำมันโรงงาน |
|---|---|---|
| ชนิดสิ่งปนเปื้อนหลัก | ไขมันสัตว์ น้ำมันพืช เศษอาหาร | น้ำมันแร่ น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเครื่อง |
| แหล่งน้ำเสีย | ครัว โรงอาหาร ไลน์ล้างวัตถุดิบ | โรงซ่อมบำรุง ลานล้างรถ ห้องเครื่อง ลานจ่ายน้ำมัน |
| หลักการแยก | ลอยตัวตามธรรมชาติ ร่วมกับแผงกั้นและช่องดักตะกอน | ลอยตัวตามแรงโน้มถ่วง บางแบบเสริมแผ่นเอียงหรือ coalescing |
| สิ่งที่สะสมก้นถัง | เศษอาหาร ตะกอนอินทรีย์ | ทราย โคลน ตะกอนโลหะ |
| ปัญหาที่พบบ่อย | กลิ่นเหม็นเปรี้ยว ท่ออุดตัน ไขมันแข็งเกาะผนัง | ฟิล์มน้ำมันหลุดตาม overflow ตะกอนก้นถังทับช่องทางน้ำ |
| ปลายทางของเสีย | ส่งกำจัดกับผู้รับอนุญาต | ส่งกำจัดกับผู้รับอนุญาตในฐานะของเสียปนเปื้อนน้ำมัน |
| รอบดูดล้างทั่วไป | ถี่กว่า เพราะไขมันสะสมเร็ว | ห่างกว่า แต่ต้องเฝ้าความหนาชั้นน้ำมัน |
บ่อดักไขมันทำงานอย่างไร
บ่อดักไขมันทำงานด้วยหลักการง่ายที่สุดคือชะลอความเร็วน้ำให้ไขมันมีเวลาลอยขึ้นผิวก่อนน้ำจะไหลออก โดยทั่วไปแบ่งเป็นช่องอย่างน้อย 2-3 ช่อง ช่องแรกดักเศษอาหารและตะกอนหนัก ช่องกลางเป็นช่องพักให้ไขมันแยกชั้น ส่วนน้ำที่ไหลออกจะถูกดึงจากระดับกลางถัง ไม่ใช่ผิวบน เพื่อไม่ให้ชั้นไขมันหลุดตามไปด้วย
จุดที่โรงงานมักพลาดคือคิดว่าบ่อยังทำงานได้เพราะน้ำยังไหลผ่าน ทั้งที่ปริมาตรใช้งานจริงเหลือไม่ถึงครึ่ง เมื่อไขมันสะสมหนาจนกินพื้นที่ช่องพัก เวลากักเก็บจะสั้นลง ไขมันไหลผ่านไปแบบไม่ได้แยกชั้น และไปโผล่ที่บ่อบำบัดปลายทางแทน เราจึงแนะนำให้วัดความหนาชั้นไขมันเป็นตัวเลข ไม่ใช่ดูด้วยตาอย่างเดียว รายละเอียดงานดูดล้างและขัดผนังบ่ออ่านเพิ่มได้ที่หน้าบริการ ดูดไขมัน / ดูดบ่อไขมัน
ถังแยกน้ำมันโรงงานทำงานอย่างไร
ถังแยกน้ำมันโรงงานใช้ความต่างของความหนาแน่นระหว่างน้ำมันกับน้ำ โดยออกแบบให้น้ำไหลช้าและนิ่งพอที่หยดน้ำมันจะลอยขึ้นผิวและถูกกักไว้หลังแผงกั้น ก่อนที่น้ำใสจะไหลออกทางท่อล่าง ส่วนตะกอนหนักจะตกที่ก้นถังเป็นชั้นแยกต่างหาก
แบบพื้นฐานกับแบบเสริมประสิทธิภาพต่างกันอย่างไร
ต่างกันที่ขนาดของหยดน้ำมันที่แยกออกได้ ถังแบบพื้นฐานที่อาศัยแรงโน้มถ่วงล้วนจะจัดการหยดน้ำมันขนาดใหญ่ได้ดี แต่หยดเล็กที่กระจายตัวจะหลุดไปกับน้ำ ส่วนถังที่เสริมแผ่นเอียงหรือชุดสื่อรวมหยด จะช่วยให้หยดเล็กชนกันจนใหญ่ขึ้นแล้วลอยตัวได้เร็วขึ้น เหมาะกับโรงงานที่มีน้ำมันปนออกมาละเอียด เช่น งานล้างชิ้นส่วนที่ใช้สารทำความสะอาด
ข้อควรระวังคือถ้าน้ำเสียมีผงซักฟอกหรือสารลดแรงตึงผิวปนเยอะ น้ำมันจะแตกตัวเป็นอิมัลชันจนถังแยกน้ำมันแทบไม่ช่วยอะไร กรณีนี้ต้องแก้ที่ต้นทาง เช่น เปลี่ยนน้ำยาล้าง หรือเพิ่มขั้นตอนทำลายอิมัลชันก่อนเข้าถัง
โรงงานแบบไหนควรใช้แบบไหน
ให้ดูจากชนิดน้ำมันในน้ำเสียของแต่ละจุด ไม่ใช่ดูจากประเภทธุรกิจของโรงงาน เพราะโรงงานเดียวมักมีน้ำเสียหลายเส้นทางพร้อมกัน
- โรงงานอาหาร เครื่องดื่ม และแปรรูปเนื้อสัตว์ ต้องมีบ่อดักไขมันรับน้ำจากไลน์ผลิตและโรงอาหาร เพราะไขมันปริมาณมากจะสร้างปัญหาที่ระบบบำบัดชีวภาพโดยตรง
- โรงงานที่มีโรงซ่อมบำรุง ลานล้างรถ หรือห้องเครื่องขนาดใหญ่ ควรมีถังแยกน้ำมันรับน้ำจากพื้นที่เหล่านั้นแยกจากท่อระบายทั่วไป
- โรงงานโลหะ ชิ้นส่วนยานยนต์ และงานกลึง มักต้องใช้ถังแยกน้ำมันร่วมกับการจัดการน้ำมันตัดกลึงแยกต่างหาก เพราะน้ำมันตัดกลึงเป็นอิมัลชันที่ถังแยกน้ำมันธรรมดาจัดการไม่ได้
- โรงแรม อาคารสำนักงาน โรงอาหารในนิคม โจทย์หลักคือบ่อดักไขมัน โดยเน้นความถี่ในการดูดมากกว่าขนาดถัง
หลายโรงงานจึงมีทั้งสองระบบขนานกัน แล้วรวมน้ำที่ผ่านการแยกแล้วเข้าสู่ระบบบำบัดกลาง การวางผังแบบนี้ทำให้ระบบบำบัดปลายทางรับภาระคงที่ ไม่เจอน้ำมันช็อกโหลดเป็นช่วง ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าน้ำทิ้งเด้งแบบหาต้นเหตุไม่เจอ อ่านแนวทางดูแลระบบรวมได้ที่ ดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย
ถ้าเลือกผิดประเภทจะเกิดอะไรขึ้น
ผลกระทบจะไปตกที่ระบบบำบัดปลายทางเสมอ ไม่ใช่ที่ตัวถังเอง เมื่อน้ำมันแร่หลุดเข้าบ่อเติมอากาศ จะไปเคลือบผิวตะกอนจุลินทรีย์จนถ่ายเทออกซิเจนไม่ได้ ตะกอนลอย ค่า SS ขาออกสูงขึ้น และระบบต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะฟื้น ส่วนไขมันจากครัวที่หลุดเข้าไปจะดันค่า BOD และ COD ขึ้นทันที พร้อมทำให้เกิดชั้นสคัมหนาบนผิวบ่อ
อีกกรณีที่เจอบ่อยคือใช้บ่อเดียวรับทั้งน้ำครัวและน้ำล้างเครื่องจักร ผลคือตะกอนหนักจากงานเครื่องจักรไปทับช่องทางน้ำ ทำให้บ่อตันเร็วผิดปกติ และเวลาส่งกำจัดก็ตอบผู้ตรวจได้ยากว่าของเสียที่ออกจากบ่อจัดอยู่ในประเภทใด
รอบดูดล้างที่เหมาะสมกำหนดจากอะไร
กำหนดจากอัตราการสะสมจริงของแต่ละจุด ไม่ใช่จากปฏิทินอย่างเดียว หลักที่ใช้ได้จริงคือ เมื่อชั้นน้ำมันหรือไขมันรวมกับชั้นตะกอนเกินราวหนึ่งในสี่ของความลึกใช้งาน ควรดูดออกได้แล้ว
| ปัจจัย | ผลต่อความถี่ในการดูด |
|---|---|
| ปริมาณน้ำใช้ต่อวัน | ใช้น้ำมาก เวลากักเก็บสั้นลง ต้องดูดถี่ขึ้น |
| ลักษณะงานผลิต | งานทอด งานล้างเนื้อสัตว์ สะสมไขมันเร็วกว่าครัวทั่วไปมาก |
| ขนาดและจำนวนช่องของถัง | ถังเล็กเกินโหลด ต้องชดเชยด้วยรอบที่ถี่ขึ้น |
| อุณหภูมิน้ำทิ้ง | น้ำร้อนพาไขมันไหลผ่านไปแข็งตัวในท่อปลายทาง |
| การใช้น้ำยาล้างและสารลดแรงตึงผิว | ทำให้แยกชั้นยาก ต้องเฝ้าคุณภาพน้ำออกถี่ขึ้น |
| ข้อกำหนดของนิคมหรือผู้ตรวจ | บางพื้นที่กำหนดรอบขั้นต่ำและต้องมีหลักฐานการดูด |
แนวทางที่เราแนะนำลูกค้าคือเริ่มจากรอบประมาณการ แล้วบันทึกความหนาชั้นไขมันทุกครั้งที่เข้าดูด ผ่านไปสองถึงสามรอบก็จะได้ตัวเลขที่ตรงกับหน้างานจริง ไม่ต้องจ่ายเกินและไม่เสี่ยงปล่อยจนล้น
ประสบการณ์หน้างานจากทีม คุณัญญา รุ่งเจริญ
จากงานดูดไขมันและดูแลระบบบำบัดในโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมมากว่า 45 ปี กับลูกค้ากว่า 450 ราย สิ่งที่เจอซ้ำที่สุดคือถังถูกออกแบบไว้ถูกแล้ว แต่หน้างานเปลี่ยนไปตามกำลังผลิตที่โตขึ้น โดยไม่มีใครกลับมาทบทวนรอบการดูด อีกเรื่องคือการดูดแบบเอาแต่ชั้นบน ทิ้งตะกอนก้นถังไว้ ซึ่งทำให้ปริมาตรใช้งานหายไปเรื่อย ๆ จนบ่อทำงานได้ไม่ถึงครึ่งของที่ออกแบบไว้
ทีมที่เข้าหน้างานเป็นพนักงานของบริษัทเราเอง ไม่ผ่านนายหน้า ผ่านการอบรมการทำงานในที่อับอากาศ มีขั้นตอนตรวจวัดก๊าซและระบายอากาศก่อนลงพื้นที่ปิดล้อมทุกครั้ง เมื่อดูดเสร็จเราขัดผนังและก้นบ่อ ตรวจสภาพแผงกั้นและท่อทางเข้าออก แล้วส่งของเสียกำจัดกับผู้รับอนุญาตพร้อมเอกสารกำกับให้โรงงานเก็บเป็นหลักฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจขอดูเสมอ ให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับกรณีบ่อล้นหรือท่อตันฉุกเฉิน
ให้เราช่วยประเมินหน้างานให้
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจุดไหนในโรงงานควรเป็นบ่อดักไขมัน จุดไหนควรเป็นถังแยกน้ำมัน หรือรอบดูดปัจจุบันเหมาะสมแล้วหรือยัง ให้ทีมงานเข้าดูหน้างานและประเมินให้ก่อนตัดสินใจ โทร 084-932-9989 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแอดไลน์เพื่อส่งรูปบ่อและผังระบายน้ำมาให้ดูล่วงหน้า จะได้เสนอแนวทางและราคาที่ตรงกับหน้างานจริง
คำถามที่พบบ่อย
ถังแยกน้ำมันโรงงานกับบ่อดักไขมัน ใช้แทนกันได้ไหม
ใช้แทนกันไม่ได้ เพราะออกแบบมาคนละโจทย์ ทั้งเวลากักเก็บและลักษณะแผงกั้นภายในต่างกัน หากสลับกันใช้ น้ำมันจะหลุดเข้าระบบบำบัดและทำให้ค่าน้ำทิ้งไม่ผ่าน
โรงงานอาหารต้องมีทั้งสองแบบหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่ามีน้ำมันแร่ปนในระบบระบายหรือไม่ ถ้ามีโรงซ่อมบำรุงหรือลานล้างรถที่ระบายลงท่อเดียวกัน ควรแยกถังแยกน้ำมันออกมาต่างหาก
ดูดบ่อไขมันแล้วยังเหม็นอยู่ เกิดจากอะไร
ส่วนใหญ่เกิดจากไขมันที่เกาะผนังและตะกอนก้นบ่อยังอยู่ครบ การดูดที่ถูกวิธีต้องรวมการขัดผนัง ล้างก้นบ่อ และตรวจท่อทางเข้าออกด้วย